“การให้อภัย” .. ไม่ใช่ยอมแพ้ ไม่ใช่เสียเปรียบ

การ​ให้​อภัย คืออะไร?

การ​ให้​อภัย

การ​ให้​อภัย คือ การ​ยก​โทษ​ให้​คน​ที่​ทำ​ผิด ใน​คัมภีร์​ไบเบิล คำ​ภาษา​กรีก​ที่​แปล​ว่า “การ​ให้​อภัย” มี​ความ​หมาย​ตรง​ตัว​ว่า “ปล่อย​ไป” เหมือน​กับ​ที่​เจ้าหนี้​ยอม​ยก​หนี้​ให้​คน​ที่​เป็น​หนี้​เขา พระ​เยซู​ใช้​การ​เปรียบ​เทียบ​แบบ​นี้​ตอน​ที่​ท่าน​สอน​สาวก​ให้​อธิษฐาน​ว่า “ขอ​ทรง​อภัย​บาป​ของ​ข้าพเจ้า​ทั้ง​หลาย เพราะ​ข้าพเจ้า​ก็​ให้​อภัย​ทุก​คน​ที่​เป็น​หนี้​ความ​ผิด​ต่อ​ข้าพเจ้า​เช่น​กัน” ตอน​ที่​พระ​เยซู​เล่า​ตัว​อย่าง​เรื่อง​ทาส​ที่​ไม่​ยอม​ยก​หนี้ ท่าน​เปรียบ​การ​ให้​อภัย​ว่า​เป็น​เหมือน​กับ​การ​ยก​หนี้ตอน​ที่​พระ​เยซู​เล่า​ตัว​อย่าง​เรื่อง​ทาส​ที่​ไม่​ยอม​ยก​หนี้ ท่าน​เปรียบ​การ​ให้​อภัย​ว่า​เป็น​เหมือน​กับ​การ​ยก​หนี้

การ​ให้​อภัย เรา​ให้​อภัย​คน​อื่น​เมื่อ​เรา​ไม่​ถือ​โทษ​และ​ไม่​เรียก​ร้อง​ให้​เขา​มา​ขอ​โทษ​หรือ​ชด​ใช้ คัมภีร์​ไบเบิล​สอน​ว่า​ความ​รัก​แบบ​ไม่​เห็น​แก่​ตัว​เป็น​หัวใจ​สำคัญ​ของ​การ​ให้​อภัย​อย่าง​แท้​จริง เพราะ​ความ​รัก “ไม่​จด​จำ​เรื่อง​ที่​ทำ​ให้​เจ็บใจ”

การ​ให้​อภัย​ไม่​ได้​หมาย​ความ​ว่า

  • เห็น​ด้วย​กับ​การ​กระทำ​แบบ​นั้น คัมภีร์​ไบเบิล​ตำหนิ​คน​ที่​เห็น​ชั่ว​เป็น​ดี เพราะ​เขา​คิด​ว่า​มัน​ไม่​เสียหาย​อะไร​หรือ​เป็น​สิ่ง​ที่​ยอม​รับ​ได้
  • ทำ​เป็น​ไม่​เห็น พระเจ้า​ให้​อภัย​กษัตริย์​ดาวิด​ที่​ทำ​บาป​ร้ายแรง แต่​พระองค์​ไม่​ได้​ทำ​เป็น​ไม่​เห็น​ความ​ผิด​ที่​เขา​ทำ​แล้ว​ก็​ปก​ป้อง​ไม่​ให้​เขา​ต้อง​เจอ​กับ​เรื่อง​ร้าย ๆ ที่​ตาม​มา พระเจ้า​ถึง​กับ​ให้​มี​การ​บันทึก​เรื่อง​ราว​ของ​ดาวิด​ไว้​เป็น​เครื่อง​เตือน​ใจ​เรา​ใน​ทุก​วัน​นี้​ด้ว
  • ยอม​ให้​คน​อื่น​เอา​เปรียบ ยก​ตัว​อย่าง​เช่น คุณ​ให้​คน​อื่น​ยืม​เงิน แต่​เขา​กลับ​ทำ​ให้​เงิน​นั้น​สูญ​เปล่า และ​ไม่​สามารถ​หา​เงิน​มา​คืน​คุณ​อย่าง​ที่​สัญญา​ไว้ เขา​เสียใจ​มาก​แล้ว​ก็​ขอ​โทษ​คุณ คุณ​อาจ​จะ​ให้​อภัย​เขา​และ​ไม่​เก็บ​เรื่อง​นั้น​มา​เป็น​อารมณ์ ไม่​ทวงถาม​ให้​กลุ้ม​ใจ​อีก และ​บาง​ที​ถึง​กับ​ยก​หนี้​ก้อน​นั้น​ให้​เขา​เลย แต่​คุณ​อาจ​จะ​ไม่​ให้​เขา​ยืม​เงิน​อีก​ก็​ได้

Forgiveness is the forgiveness of those who do wrong. In the Bible The Greek word translated “Forgiveness” literally means “let go”, just as the creditor forgave the debt to the person who owes him. Jesus used this analogy when he taught his

disciples to pray that “Forgive my sins. Because I forgave everyone who also owes me wrong. “When Jesus described the example of slavery That does not forgive the debt He compared forgiveness as a debt forgave. When Jesus described the example of slavery. He likened forgiveness as a debt forgiveness.

We forgive others when we do not hold the penalty and do not require him to ask for forgiveness or to pay. The Bible teaches that unselfish love is the heart of true forgiveness. Because of love “Do not remember the hurtful story”

1.Agree with such an act The Bible condemns those who see evil as good. Because he thinks it won’t damage anything or is acceptable
2. Do not see God forgives King David for his sin. But He didn’t do it, didn’t see the wrongs he had done, and then prevented him from encountering bad things. Following God, David’s account of the history is a reminder of us today

3.Allowing others to take advantage For example You lend money to others But he instead wasted that money And cannot find the money to return you as promised He is very sorry and asks you to blame you. You may forgive him and do not store the matter as an emotion. No more calling for dismay And sometimes even giving him that debt But you may not lend him any more money

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google

แนะนำติชม : community-mediation.org