การแบ่งตามวิธีทำ นั้นแบ่งออก 3 อย่าง

การแบ่งตามวิธีทำ นั้นแบ่งออก 3 อย่างคือ

(1) การทำนายโดยวิธีจับต้อง

(2) การทำนายโดยวิธีดูของที่เป็นเงา

(3) ทิพยจักษุที่แท้จริง (คือนัยน์ตาเป็นทิพย์จริงๆ)

การแบ่งตามลักษณะนั้น คือ

(1) ทิพยจักษุเฉพาะหน้า หมายถึงการมองทะลุสิ่งต่างๆ

(2) ทิพยจักษุทางไกล หมายถึงการมองเห็นในที่ไกลเกินกว่าที่นัยน์ตาธรรมดาจะมองเห็น

(3) ทิพยจักษุสำหรับรู้อดีตและอนาคตโดยแบ่งออก

การทำนายโดยวิธีจับต้อง

ในเรื่องนี้หมายความว่าผู้สำเร็จวิชชาในทางนี้ เมื่อได้ จับต้องของสิ่งใดสิ่งหนึ่งสามารถทราบเหตุการณ์อันเกี่ยวข้อง กับสิ่งของเหล่านั้นทันที เช่นถ้าไปได้ผ้าเก่าๆ มาผืนหนึ่ง พอจับเข้าก็บอกได้ว่ามาจากไหน ใครเป็นผู้ใช้ คนที่เคยใช้ ผ้านั้นเป็นคนอย่างไร มีเรื่องราวเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร บ้าง ในเรื่องนี้ก็อธิบายได้ด้วยเรื่องกระแสความคิดนั้นเอง

In this regard, it means that the graduates of the Enlightenment in this way, when they have to grasp of anything, can know the related events With those items immediately For example, if going to get a piece of old cloth, enough to come in and tell where it came from Who is the person who used the fabric? There is a story about what happened in this story, which can be explained by the story of the idea itself.

คือเมื่อเราเชื่อว่ากระแสความคิดของคนไปเที่ยวเกี่ยวเกาะอยู่ทุกแห่งแล้ว ก็ย่อมไปติดอยู่กับของเหล่านั้น ผู้มีความสามารถในทางนี้เมื่อถูกต้องเข้าก็แปลกระแสเหล่านั้นออกได้

Is when we believe that the thoughts of people traveling around the island are everywhere Would surely be stuck with those things Those who have the ability in this way, when correct, can translate those currents out.

สำหรับคำทำนายโดยวิธีจับต้องนี้ฝึกหัดตายตัว คนหนึ่ง แสวงหาวิธีฝึกหัดของตัวอย่างหนึ่งได้ และเป็นการฝึกหัดที่ทำได้คนเดียว และไม่ว่าใครอาจทดลองดูได้เสมอ เพราะไม่เกิดอันตรายเลย วิธีที่ใช้หัดกันโดยมากนั้น คือเอาของอะไรสิ่งหนึ่งที่แปลกๆ นั่งอยู่เงียบๆ คนเดียว แล้วเอามือแตะที่ของนั้นอย่างเดียว ส่วนของที่ใช้นั้นในชั้นแรกควรใช้ของที่ตนเองรู้จักว่ามาจากไหน เป็นของใคร แล้วนึกรวบรวมความจำ ขึ้นมา

For the prophecy by this tangible method, one apprentice is seeking an example of a practice. And is a practice that can be done alone And whether anyone can always see it Because it’s not dangerous at all The method used by many learners What is one strange thing? Sitting quietly alone and then touching his hand alone As for the items used on the first floor, use things that you know where they come from and who they belong to.

เข้าทำนองที่ว่าจะสอนให้เด็กเดินต้องจูงไปก่อน ครั้นแล้วจึงค่อย แสวงหาของที่ตนจำได้ลางๆ ในที่สุดใช้ของที่ไม่รู้จักเลยว่ามาจากไหน ในชั้นต้นภาพที่แลเห็นอาจจะยุ่งๆ แต่ลงท้ายภาพนั้นจะสว่างขึ้น การฝึกฝน ย่อมให้ผลดีเกินกว่าที่จะนึกฝันเสมอ ผู้ฝึกหัดควรอยู่คนเดียวหลับตา เพราะจำเป็นต้องไล่เจตสิกภายนอกไปให้หมด

เมื่อเห็นว่ามีความสามารถในเรื่องสิ่งของมากพอและลองทำกับ คนดูบ้างก็ได้ แต่จะต้องเป็นคนที่เลื่อมใสในวิชชานี้อย่างเดียวกัน และที่เขายอมให้ทำโดยดีวิธีทำคือจับมือไว้ แล้วก็ใช้กำลังดวงจิตเช่นเดียว กับจับของ เขาว่าจะสามารถรู้การที่ล่วงมาแล้ว หรือที่จะมาถึงผู้นั้นได้ หลักวิชชาที่เขาสอนมีอยู่ดังนี้ ข้าพเจ้าไม่เคยทดลองได้ผลจึงรับรอง ไม่ได้ว่า จะให้ความสำเร็จสักเพียงไร ข้าพเจ้าพบแต่ตำราเขาว่าไว้ กัน มาเล่าสู่กันฟังโดยสุจริตมิได้แต่งต่อเติม ดีชั่วอย่างไรก็ขอให้บุญบาปตกอยู่แต่ผู้ตกแต่งตำราเดิมแต่ผู้เดียว

การแบ่งตามวิธีทำ นั้นแบ่งออก 3 อย่าง

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google

แนะนำติชม : community-mediation.org