บำรุงปัญญา

บำรุงปัญญา

แต่โดยที่เราไม่รู้สึกว่าสัญญาเป็นของสำคัญเพียงไร เราไม่เอาใจใส่ ในการที่จะบำรุงสัญญา เรามัวไปขวนขวายในการบำรุงปัญญาอย่างเดียว เช่นนี้ การ บำรุงปัญญา ก็จะไม่เป็นผลดีได้เลย คนที่ขยันในการเรียน เรียนมากอ่านมากเขียนมาก ทำความพยายามทุกอย่าง แต่ก็ไม่ฉลาด ปราดเปรื่องขึ้นมาได้ จดจำอะไรไม่ได้ทั้งนี้เพราะอะไร

But without knowing how important the contract is We don’t care In order to maintain the contract We are only striving to maintain wisdom. For example, nourishing wisdom will not be effective. People who are diligent in learning Learn a lot, read a lot, write a lot Make every effort, but it’s not wise. Can’t remember anything because of what

บำรุงปัญญา

เพราะมิได้บำรุง สัญญาให้ดีเสียก่อน กล่าวคือไม่ได้บำรุงสายตาให้มีความสามารถดูอะไร ได้ทั่วถึงในทันที ไม่ได้บำรุงโสตประสาทให้ดีพอที่จะให้ได้ยินได้ฟังอะไร โดยไม่บกพร่อง, ไม่ได้บำรุงฆานประสาทให้ดีพอที่จะให้ว่องไว ได้กลิ่น และทราบชัดตามที่เป็นจริง ฯลฯ คราวนี้ความมุ่งหมายที่จะบำรุงแต่ ปัญญาก็จะเกิดผลดีไม่ได้เลยเป็นอันขาด

Because not nourishing Good promise first That is to say, do not nourish the eyes to see what Can be thoroughly immediately Did not nourish the auditory nerve well enough to hear anything Without defects, not nourishing the nerves well enough to be able to quickly smell and be aware of the truth, etc. This time, the aim is to nourish but Wisdom will not have good results at all.

ข้อความตามที่เขียนมาข้างต้นนี้ได้ดำเนินตามหลักลัทธิโยดี แต่ เปลี่ยนแปลงวิธีอธิบายให้หันเข้ามาหาของใหม่เพื่อให้เข้าใจง่าย และ เพื่อให้แลเห็นว่าสัญญาเป็นสิ่งที่เราพึงเอาใจใส่และคอยบำรุงเพียงไร แต่ สัญญานี้ถึงแม้จะมีทางดีเพียงไรก็ยังมีข้อบกพร่องมาก เพราะถ้าลำพัง แต่สัญญาไม่มีปัญญาควบคุมแล้ว สัญญามักจะหันไปในทางที่ไม่ดีเสมอ

The text written above is based on Yodi’s doctrine, but changes the way it is described to be turned into new things in order to be easy to understand and to see how the promise is what we should care for and how to maintain it. This, despite how good it is, still has many flaws.

เหตุไรจึงเป็นดังนั้น                                                                                                                           

เราอธิบายได้โดยง่าย เพราะเหตุว่า ความรู้สึกเป็น เหตุก่อให้เกิดความปรารถนา และความปรารถนาอันเกิด จากความรู้สึกที่ไม่มีอะไรเหนี่ยวรั้งเลยนั้น มักเป็นความ ปรารถนาที่จะหันไปในทางที่เลว ขอให้ท่านผู้อ่านกำหนด ความข้อนี้ได้ดี และเพื่อที่จะให้เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจน จำเป็นจะต้องยกตัวอย่างมาตั้งเป็นตุ๊กตาให้ดู

We can explain easily because of the feeling of being Cause cause desire And the desire born From the feeling that nothing is curbed is often a desire to turn in a bad way Ask the reader to set This is good.

เราลองพิจารณา

 ถึงสัตว์เดรัจฉานที่มีแต่สัญญาคือความรู้สึกอย่างเดียว ไม่มีปัญญาเลย หรือมีก็น้อยที่สุด ถ้ามันอยากได้อะไร มันก็ จะต้องเอาให้ได้โดยพลการ สุนัขที่มันต้องการอาหาร มันก็ ตรงเข้าไปเอาเฉยๆ ถ้ามีตัวอื่นมาแย่งมันก็กัด มนุษย์ที่ไม่ได้ รับความอบรมในศีลธรรมอันดีก็เช่นเดียวกัน เมื่อความ ต้องการอันใดเกิดขึ้น

ก็พยายามที่จะได้สิ่งนั้นและนึกถึง ผลประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว โดยไม่นึกถึงความเสียหาย แก่ผู้อื่น และทำการที่เป็นเหตุแห่งความเสียหายของเพื่อน มนุษย์ด้วยกัน เช่นลักขโมย ปล้นสะดม หรือฉ้อโกงเขา ซึ่งลงท้ายก็เป็นผลร้ายแก่ตนเอง

บำรุงปัญญา

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google

แนะนำติชม : community-mediation.org