ความรู้ ทุกประเภท ย่อมเป็นเหมือนอาวุธ

ที่จริง ความรู้ ทุกประเภท ย่อมเป็นเหมือนอาวุธ เรามีอาวุธอยู่เรา อาจเอาไปใช้ในทางที่ผิดก็ได้ ในทางที่ถูกก็ได้ ถ้าเราเอาไปใช้ในทางที่ผิด เช่น ทำร้ายผู้อื่นเราก็ได้รับโทษ ถ้าเราเอาไปใช้ในทางที่ดีก็ย่อมได้ ประโยชน์ มนุษย์เรามีทางเลือกอยู่ดังนี้ ถ้าจะเลือกไปเดินในทางที่ไม่ดี ก็ตามแต่ใจ วิชชาคงเป็นวิชชา คือคงเป็นสิ่งที่ควรรู้ควรเรียน แต่การที่ เราจะเอาไปใช้ในทางใดนั้น ก็สุดแต่ว่าเราจะอยากได้ดีหรืออยากได้ชั่ว ตัวของเราเองเป็นผู้วินิจฉัยความเป็นไปในชีวิตของเราเอง เราจะได้ดีก็ ด้วยเราทำเอง หรือจะได้ชั่วก็ด้วยเราเอง ไม่มีผู้อื่นหรือสิ่งใดๆ จะต้อง มารับผิดชอบแทนตัวเรา

In fact, every kind of knowledge is like a weapon. We have weapons. May be used in the wrong way In the right way If we use it in the wrong way, such as harming others, we are punished. If we take it in a good way, it will benefit human beings. We have the following options: If choosing to walk in a bad way Is probably what you should know, but what we will use in that way But most of all, we want to be good or want to be evil. Our self is the judge of our own lives. We can also be good. We do it ourselves or will be evil by ourselves. No other person or thing must be responsible for us.

ส่วนที่อ้างว่า วิชชาลึกลับเป็นสิ่งซึ่งตรงกันข้ามกับศีลธรรมอันดีนั้น

เป็นการอ้าง อย่างผิดที่สุด

แท้จริงหลักวิชชาลึกลับไม่ว่าของชนชาติใดๆ ย่อมมีมูลมา จากลัทธิศาสนาของชนชาตินั้นๆ เสมอ ศาสนานั่นเองเป็นบ่อเกิด แห่งวิชชาลึกลับ และการเรียนวิชชาลึกลับที่ถูกทางต้องอิงอาศัยหลัก ศาสนาโดยแท้ ในทางไทยเราในการเรียนวิชชาลึกลับ ก็ต้องมีใจมัน ต่อพุทธคุณ และบางที่มีข้อบังคับว่า ต้องรักษาศีลห้าตลอดเวลาที่ กำลัง ความรู้ เรียนอยู่ ผู้ที่เรียนตามแบบฮินดู มูหะหมัด หรือศาสนาใด ๆ ก็ ต้องอิงอาศัยหลักของศาสนานั้นเสมอ

Indeed, the mysterious enlightenment, regardless of any ethnicity, is always derived from the religion of that nation. Of mysterious enlightenment And the study of the mysterious enlightenment that must be based on the true religion in Thailand.

ตามที่กล่าวมาแล้วนี้ จะเห็นได้ว่าวิชชาลึกลับไม่ใช่วิชชาน่า รังเกียจอย่างที่คนโดยมากเข้าใจ การเรียนวิชชาลึกลับย่อมมีผลที่จะพึง ได้ในขั้นที่สุดอยู่ 2 ประการ คือ 1 ให้ดวงจิตมีอำนาจแรงกล้าสามารถ เอาชนะสรรพสิ่งทั้งปวง และ 2 ทำให้รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ นี่เป็นผล สำคัญ แต่สมมุติว่าเรายังไม่สามารถจะบรรลุผลถึงขั้นนั้น การเรียนวิชชา ลึกลับ (อย่างถูกทาง) ก็ไม่เป็นการเสียเปล่าพอเริ่มจับเรียนก็ได้ประโยชน์ แก่ตัวทันที เพราะการเรียนวิชชาอันนี้อย่างถูกทางนั้นย่อมทำให้ผู้เรียน เป็นผู้มีศีลธรรมอันดี, หัดใจให้มั่นคง, รู้จักขับไล่ความคิดที่ฟุ้งซ่าน ทำหัวใจให้บริสุทธิ์และเข้มแข็ง, อันเป็นลักษณะสำคัญที่มนุษย์เราควรมี โดยแท้ เราไม่ควรท้อใจว่า เราจะเรียนไม่สำเร็จ วิชชาลึกลับไม่ใช่วิชชา ที่ต้องสอบไล่ และไม่มีการกีดกันเป็นชั้นเป็นเชิงว่าต้องเรียนถึงชั้นนั้นๆ จึงจะเป็นประโยชน์ อันที่จริง การเรียนวิชชาลึกลับเป็นประโยชน์ตั้งแต่ เริ่มเรียน ถ้าหากว่าเล่าเรียนถูกทางจริงๆ

วิชชาลึกลับนี้เป็นวิชชาอันใหญ่ยิ่งยังแยกสาขาออกได้ทั้ง 13 หรือ 14 อย่าง ตามวิธีการของนักปราชญ์ฝรั่งเศสแบ่งวิชชาชนิดนี้ออกเป็น 2 ประเภท คือ จิตศาสตร์ (Science Metapsychique) ประเภทที่หนึ่ง และโหราศาสตร์ (Science Devinatoire) อีกประเภทหนึ่ง (อันจริงเขา แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ มายาศาสตร์ (Science Magique) อีกประเภท หนึ่ง แต่ประเภทที่ 3 นี้ไม่นับเข้าในวิชชาลักลับที่ถูกทางอาจเป็นผลร้าย แกนเรียนและผู้อื่นได้มาก ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่กล่าวถึงเสียเลย)

ข้อที่หาว่า จะทำให้คนเป็นบ้านั้น ข้าพเจ้าขอตอบว่า“จริง”ข้ามชั้น ให้ถึงผลสำเร็จทีเดียว ดังนี้ ย่อมเป็นเหตุให้เราการเรียนวิชชาลึกลับ อาจทำให้คนเป็นบ้าเสียสติ ในเมื่อผู้เรียน เรียนไม่ถูกทาง หรือไม่ทราบหลักอันแท้จริงของวิชชาเหล่านี้อยู่ที่อะไร

ความรู้ ทุกประเภท ย่อมเป็นเหมือนอาวุธ

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google

แนะนำติชม : community-mediation.org