หลักสำคัญ

บทที่2 หลักสำคัญ อันหนึ่งของจิตวิทยา

• หลักสำคัญ อันหนึ่งของจิตวิทยา • คือ

หลักสำคัญ เขาสอนให้นึกถึงแต่ปัจจุบันกาล คือว่าเดี๋ยวนี้เรากำลัง ทำอะไรอยู่ และก็นึกถึงแต่สิ่งที่เรากำลังทำ สิ่งที่กำลังบังเกิดขึ้น อย่า นึกไปถึงสิ่งที่ยังไม่เกิด ใครสามารถนึกถึงแต่ปัจจุบันกาลเท่านั้นแล้ว คนนั้นย่อมมีใจเป็นสมาธิแน่วแน่ ใจไม่ฟุ้งซ่านไม่มีความกลัวหรือ หวาดหวั่นต่ออะไรเลย ถ้าเรากลัวสิ่งไร เราควรนึกถึงว่าเดี๋ยวนี้สิ่งนั้น มาถึงแล้วหรือยัง เราจะตอบตัวเราเองว่ายังไม่มาถึง เมื่อยังมาไม่ถึง แล้วเราจะกลัวทำไม สมมุติว่าเรากลัวผู้มีอำนาจวาสนาที่สามารถจะ ให้ผลร้ายแก่เราได้ เราควรนึกว่า เดี๋ยวนี้ ผลร้ายอันนั้นบังเกิดขึ้นแก่เรา แล้วหรือยัง ที่จริงยังไม่เกิด ก็เมื่อยังไม่เกิดทำไมเราจึงกลัวไปก่อนถ้า เรากลัวตายให้นึกเสียว่า เดี๋ยวนี้ เราตายหรือยัง ยังแล้วทำไมจึงกลัว หลักที่ให้นึกถึง “เดี๋ยวนี้” นี่แหละเป็นหลักสำคัญที่เขาสอนสำหรับ ป้องกันความกลัวเป็นของเหลวไหลทั้งนั้น

 เพราะเรากลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ครั้นเมื่อมาถึงเข้าจริง เราก็ไม่กลัว

ผู้ที่ฝึกหัดในเรื่อง “เดี๋ยวนี้” ตามแนวที่กล่าวมา ข้างต้นจนเคยชินแล้ว ภายหลังจะรู้สึกว่าความกลัวนั้น คือ ความบ้าคลั่งที่สุด

การฝึกหัดให้มีอำนาจบังคับนั้นหมายความว่าให้หัดหัวใจให้เป็น นายอยู่เสมอ เมื่อต้องการสิ่งไรให้นึกไปแต่เพียงร้องขอหรือปรารถนา ให้ได้ให้มีเฉยๆ ให้มีความคิดที่จะบังคับให้มีขึ้นเหมือนอย่างว่าเราเป็น นายมีอำนาจเหนือสิ่งเหล่านั้น การหัดบังคับไม่จำเป็นที่จะต้องหัดบังคับ ผู้อื่น ให้หัดคิดแยกของตนออกเป็นสองภาค ภาคหนึ่งคือร่างกาย ซึ่งเรา ต้องถือเหมือนหนึ่งเป็นคนใช้ เราต้องหัดบังคับร่างกายให้อยู่ในอำนาจ หัวใจเสมอ อย่าตามใจหรือผ่อนตามความต้องการของร่างกายเรื่อยไป เช่นความง่วงเหงาหาวนอนซึ่งบังเกิดขึ้นในเมืองานยังไม่เสร็จ นั้นเป็น ความต้องการของร่างกาย ซึ่งเราจะต้องบังคับไว้ว่ายังนอนไม่ได้จะต้อง ให้งานเสร็จเสียก่อน ร่างกายจะต้องการสิ่งไรที่ใจไม่เห็นสมควรก็ไม่ให้ เช่นร่างกายต้องการอาหารที่ใจทราบอยู่ดีว่าจะเป็นอันตรายแก่ร่างกาย ก็ไม่ยอมให้ ถ้าใครต้องการสิ่งไรต้องบังคับให้ร่างกายทำให้จงได้ การหัด หัวใจให้มีอำนาจบังคับอยู่เสมอดังนี้ ย่อมทำกำลังใจให้เข็มแข็งมีอำนาจ บังคับผู้อื่นเสมอ ใครที่มีอำนาจบังคับตนเองอยู่เสมอได้ คนนั้นย่อมมี อำนาจบังคับผู้อื่นได้ ฉะนั้นการหัดหัวใจให้มีอำนาจบังคับนั้นไม่จำเป็น ต้องหัดจากคนอื่นหรือต้องบังคับคนอื่นเราอาจบังคับตัวเองได้

ส่วนสมาธินั้นมีหลักการและวิธีฝึกหัดอยู่คืนดาษแล้ว จึงไม่จำเป็น ต้องกล่าวในที่นี้ แต่หัวใจที่เป็นสมาธิเป็นพื้นฐานอันสำคัญที่สุดของวิชชา สะกดดวงจิตและวิชชาอื่นๆ ที่เกี่ยวแก่จิตวิทยาทั้งหมด

2.การฝึกหัดการสะกดดวงจิตโดยตรง

ลักษณะแห่งผู้ที่สามารถทำการสะกดดวงจิต คือต้องเป็น ผู้สามารถควบคุมใจของตนได้ทุกประการ ในระหว่างที่ฝึกหัดจะต้อง งดเว้นอาหารที่ย่อยยากไม่บริโภคให้มากเกินไป ไม่ดื่มสุราเมรัยหรือน้ำ ที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่เกลือกกลั้วกับหมู่คนอันธพาลสันดานหยาบพยายาม นึกถึงแต่สิ่งที่ดีและหัดตนให้เป็นคนจริงอยู่เสมอต้องตื่นแต่เช้าหัด อิริยาบถให้สม่ำเสมอ คือนั่งนอนยืนเดินให้เท่าๆ กันมีการบริหารร่างกาย ด้วยการออกกำลังกาย ทำใจให้สงบไม่ฟุ้งซ่าน อาการเหล่านี้ถ้าทำได้ดี ย่อมเป็นประกันแน่นอนว่าจะเรียนวิชชานี้ได้สำเร็จ ต่อจากอนามัยใน ร่างกาย จะต้องหัดใจให้ดีอยู่เสมอ ให้มีหัวใจเข็มแข็งมีความมานะและ มีสมาธิดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ให้เป็นคนมีความคิดอันแน่นอน ซื่อสัตย์ ต่อตนเองและไม่คิดเห็นว่าตนเป็นคนเลวทราม เขาอธิบายว่าคนมีลักษณะ 3 ประการ คือ (1) ขลาดอาย (2) ไม่มีสมาธิ(3) ไม่มีความพยายาม

คนที่มีลักษณะทั้งสามอย่างนี้หรือแม้แต่เพียงอย่างใด อย่างหนึ่งอยู่ในตัว จะเป็นนักสะกดดวงจิตไม่ได้เลยเป็น อันขาด

การดู

การหัดดูนั้น เวลาหัดที่ดีที่สุดคือเวลาเช้า ในเมื่อมันสมองได้พักผ่อน มาแล้วหัวใจแจ่มใสและชุ่มชื่นพร้อมทั้งหัวใจที่กำลังตื่นและสว่างไสวดี เพราะถ้าฝึกหัดการอันนี้ในเวลาเหน็ดเหนื่อยแล้ว ลงท้ายก็จะหลับ กล่าวคือ แทนที่จะสะกดคนอื่นจะกลายเป็นสะกดตัวเองไป การหัดในเบื้องต้น พยายามหัดในเวลาพูดกับคนหนึ่งคนใด มองดูหน้าคนผู้นั้นโดยทอด สายตาอย่างสบาย และสงบเสงี่ยมไม่ใช่เพ่งและจ้องจนเกินไป ให้มอง ดูด้วยมีความมุ่งหมายหรือมีความประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง นัยน์ตา ที่กะพริบเสมอหรือสอดส่ายไปมานั้น จะไม่ทำความสำเร็จอะไรให้ทั้ง ในการสะกดจิตและกิจใด ๆ ทั้งหมด เวลาพูดกับใครเมื่อมองดูอย่าง แน่วแน่แล้ว หัวใจก็ต้องนึกถึงคำพูดหรือเหตุการณ์เรื่องราวที่ตนต้องการ จะพูดถึง

เราต้องหัดให้ตัวเราสามารถมองดูอะไรๆ ได้นานโดยไม่รู้สึก ลำบากนัยน์ตาถึงกับหลับตา เบือนหนีหรือกะพริบ ลองเอากระดาษเล็กๆ ตัดให้เป็นรูปกลม ปิดเข้ากลางแผ่นกระจกสำหรับส่องหน้า แล้วก็ลอง ดูว่าเราจะมองดูแผ่นกระดาษนั้นได้นานเพียงไร โดยไม่กะพริบตาหรือ รู้สึกลำบากตา การฝึกหัดนั้น ไม่ใช่หัดเฉพาะเมื่ออยู่ในห้อง แม้ในขณะเดินไปทางไหนๆ ก็ให้เพ่งดูสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่ไกลๆ แล้วให้มีความตั้งใจ ที่จะเดินไปถึงสิ่งนั้น ทั้งนี้เป็นการฝึกหัดทั้งกำลังตาและกำลังใจ เมื่อหัด อย่างวิธีง่ายๆ นี้ได้แล้วให้หัดดูสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีแสงเช่นดวงไฟเล็กๆ ก่อน แล้วให้แรงขึ้นโดยลำดับ และให้นานขึ้นทุกที โดยไม่กะพริบหรือแสบ นัยน์ตา เมื่อแลดูสิ่งไรจะต้องตั้งใจนึกถึงแต่สิ่งนั้น รวมความว่าต้องหัด กำลังตากับกำลังใจคู่กันไปเสมอ สมาธิ ซึ่งเป็นคุณธรรม อันประเสริฐที่สุด ที่มนุษย์จะพึงมี อาจารย์ที่สอนถูกต้องตามวิธี เขา ย่อมให้ผู้เรียนฝึกหัดใจให้เป็นสมาธิก่อนอย่างอื่น เมื่อมีสมาธิดี

เมื่อได้หัดให้ตาแข็งและแน่วแน่ดีแล้ว คราวนี้ ให้หัดบังคับด้วยสายตาในเวลานั่งดูอะไรหรือ ในยานพาหนะอันใดที่มีโอกาสนั่งข้างหลังคน ให้มองที่ต้นคอใครคนหนึ่ง แล้วตั้งใจบังคับให้คน นั้นเหลียวมาทางตน หรือทางใดทางหนึ่งก็ได้ การ ฝึกหัดในเรื่องนี้ ถ้าได้ทำด้วยความตั้งใจจริงแล้ว เพา ว่าเป็นผลสำเร็จเสมอ และการส่งกำลังดวงจิตนั้นส่ง ในทางตาได้มากกว่าทางใดๆ เมื่อหัดทางตาหรือหัด การดูได้ผลพอสมควรแล้วก็หัดการลูบต่อไป เมื่อพูดถึงการสะกดดวงจิตดูเหมือนเป็นเรื่องที่ เราทุกคนทราบว่าคืออะไร การสะกดดวงจิตหมายความ ว่าการทำให้หลับคือผู้สะกดใช้อำนาจทำให้ผู้ถูกสะกดหลับ

When he learned to be diligent and uncompromising In which vehicles have the opportunity to sit behind people Look at someone’s neck Then intend to force people Then came his way Or in any way can practice in this matter If he had done it with real intention, he would always be successful. And the sending of the spiritual power is sent In the eye more than any way When learning via eye or measles The results are fairly effective and continue to learn to rub.

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google

แนะนำติชม : community-mediation.org