บทที่1

บทที่1 ประโยชน์แห่งการสะกดดวงจิต

บทที่1 ประโยชน์แห่งการสะกดดวงจิต

เมื่อพูดถึงการสะกดดวงจิตดูเหมือนเป็นเรื่องที่ เราทุกคนทราบว่าคืออะไร การสะกดดวงจิตหมายความ ว่าการทำให้หลับคือผู้สะกดใช้อำนาจทำให้ผู้ถูกสะกดหลับ วิธีอันนี้มีมาแต่โบราณกาลกระทั่งถึงบัดนี้ ปัญหาจึงมีการ สะกดคนให้หลับนั้น มีประโยชน์อะไร

When talking about spelling of the soul, it seems like We all know what it is. Spelling of the soul means That sleep is a power spell that causes the spell to fall asleep This method has come from ancient times until now. The problem therefore is Spell people to sleep What are the benefits?

ประโยชน์แห่งการสะกดดวงจิตในเมื่อใช้ให้ถูกทางนั้น แบ่งออกได้เป็นส่วนใหญ่ 3 ประการคือ

1. เป็นการรักษาโรค หรือบรรเทาความเจ็บปวด การรักษาโรค เช่น โรคอันเดียวกับเส้นประสาท ใจคอ หงุดหงิด นอนไม่หลับ โรคเหล่านี้ต้องการให้เส้นประสาท ระงับและได้หยุดพักผ่อน การสะกดให้หลับก็เป็นวิธีที่ดี อันหนึ่ง ซึ่งนักสะกดดวงจิตเขาอวดว่าดีกว่าให้กินยานอนหลับ เพราะไม่ทำอันตรายแก่ร่างกาย การปวดศีรษะอย่างรุนแรง นั้นเขาว่า สามารถทำให้หายโดยสะกดให้หลับและเมื่อ ตื่นขึ้นมาแล้วก็ไม่ปวดอีกต่อไป หรือการเจ็บปวดชนิดใดๆ ที่มีการปวดขึ้นเป็นเวลา เขาสะกดให้หลับเสียก่อนจะถึงเวลา ปวด ความปวดอันนี้ก็ไม่เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นผู้หลับก็ไม่รู้สึก ทุกขเวทนา นักสะกดดวงจิตในสมัยนี้ยังอธิบายว่าการสะกด ดวงจิตอาจทำให้หายโรค เป็นวิธีรักษาโรคได้หลายอย่างด้วย

2. การรู้วิชชาสะกดดวงจิต เป็นเครื่องป้องกันตัวอย่างดีวิเศษ อันหนึ่ง ในข้อนี้ปัญหาโต้แย้งเถียงกันอยู่มากว่า คนเราสามารถจะ สะกดตนให้หลับโดยเขาไม่ยินยอมได้หรือไม่ บางคนกล่าวว่าถ้าผู้ถูก สะกดไม่ยินยอมแล้ว ผู้สะกดจะสะกดไม่ได้เลยเป็นอันขาด แต่บางคน ก็ยืนยันว่าถึงแม้ผู้ไม่ยินยอมก็สะกดได้เป็นการแน่นอนว่าถ้าผู้ถูกสะกด เขายอมให้สะกด หรือเมื่อเขาเผลอตัว การสะกดนั้นก็เป็นการง่ายแต่ถึง แม้เขาจะไม่ยอมหรือไม่เผลอตัวก็ยังมีทางสะกดได้ แต่ผู้สะกดจำต้องมี อำนาจมากพอ เมื่อสามารถสะกดดวงจิตได้ แม้แต่เขาไม่ยอมหรือเขาไม่รู้ ตัวดี ดังนี้แล้วการสะกดดวงจิตก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งอันหนึ่ง สำหรับ ป้องกันตัวมิให้ศัตรูทำร้ายได้

3. ตามที่ได้ทดลองกันมาแล้วแต่โบราณกาล จนถึงสมัยนี้ ได้ ผลอย่างหนึ่งว่าการสะกดดวงจิตนั้นกระทำให้ผู้ถูกสะกดหมดเครื่อง ควบคุมใจ กล่าวคือทำให้ดวงจิตและปัญญาหลับไป ไม่ทำงานเลย เหลือ แต่สัญญาเหล่านั้นที่คงทำงานอยู่ เราทราบอยู่แล้วว่าสัญญาที่ปราศจาก ปัญญาหรือดวงจิตควบคุมนั้น ย่อมจะทำอะไรๆ ไปตามบุญตามกรรม คนที่นอนหลับละเมอก็เป็นไปด้วยสัญญาทำงานอย่างเดียว ฉะนั้นการ ทดลองจึงได้ผลที่ทำให้ผู้ถูกสะกดพูดความจริงอะไรทุกๆ อย่างที่ตนได้ ทำและได้เห็นมา สตรีที่ถูกสะกดให้หลับ อาจจะเล่าความลับของตนออก หมดได้ ผู้ร้ายที่ถูกสะกดให้หลับอาจบอกเล่าถึงฆาตกรรมหรือโจรกรรม ที่ตนทำมาแล้วอย่างถี่ถ้วน เว้นแต่กฎหมายจะไม่ยอม ให้เอาคำบอกเล่า เหล่านั้นมาเป็นหลักฐานอย่างหนึ่ง และอีกอย่างหนึ่งผู้ที่สามารถสะกดคน ที่เขาไม่ยอมให้สะกดนั้น ในเวลานี้หาได้ยากนัก

โดยเหตุนี้การสะกดดวงจิตเป็นเหตุให้ดวงจิตและปัญญาของ ผู้ถูกสะกดหลับไป เหลือแต่สัญญาอันปราศจากสิ่งควบคุมดังกล่าวมา แล้วนั้น ผู้ที่สะกดจึงสามารถเอาปัญญาและดวงจิตของคนเข้าไปบังคับ แทนที่ปัญญาและดวงจิตของผู้ถูกสะกดนั้นได้ และด้วยเหตุนี้ผู้สะกด จึงสามารถบังคับให้ผู้ถูกสะกดทำอะไรได้ตามชอบใจและเนื่องจากวิชชา สะกดดวงจิตนี้ล่อแหลมสามารถทำให้เกิดผลร้ายได้มากๆ แต่กฎของ ธรรมชาติมีอยู่สำหรับลงโทษผู้ที่ใช้อำนาจดวงจิตในทางที่ผิด

การฝึกฝนวิชชาสะกดจิตนั้น เขาอธิบายไว้สองชั้นคือ

 (1) ฝึกหัด ให้มีพื้นความสามารถ แล้วจึงค่อย (2) ฝึกหัดการสะกดดวงจิตโดยตรง

1.การฝึกหัดให้มีพื้นความสามารถ

การฝึกหัดให้มีพื้นความสามารถนั้น มี 3 ตอนคือ (1) ฝึกหัด ให้ไม่มีความกลัว (2) ฝึกให้มีอำนาจบังคับและ (3) สมาธิ

การฝึกหัดให้ไม่มีความกลัวนั้น มีประโยชน์อย่าง สำคัญที่คนทุกคนควรใส่ใจ ไม่แต่เฉพาะผู้ที่ฝึกฝน วิชชาสะกดดวงจิต ที่จริงเป็นประโยชน์สำหรับบุคคล ทั่วไปจะฝึกหัด เพราะความกลัว ความวิตก เป็นเครื่อง ตัดรอนความเจริญของมนุษย์อย่างมากมาย ฉะนั้น สำหรับการฝึกหัดมิให้มีความกลัวนี้จึงมีข้อที่จะพึง อธิบายสักหน่อย

The practice of not having that fear Useful Important that everyone should pay attention No, but only those who practice Mental spell That is really useful for individuals General practice Because of fear, anxiety, is a device that severely undermines human prosperity. Therefore, for the exercise of this fear, there is a need Explain a bit

ขอให้เรา จำหลักไว้ อย่างหนึ่งว่า

คนเรากลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึงแต่สิ่งที่มาถึงแล้วเราไม่กลัว เด็กที่ ถูกทำโทษย่อมกลัวเมื่อก่อนจะถูกทำโทษ แต่พอถึงเวลาถูกทำโทษ เข้าจริงก็ไม่กลัว และรับโทษไปได้ เรากลัวความลำบากในเมื่อความ ลำบากยังมาไม่ถึง และเรารู้ว่าจะมีมาเราก็กลัวเสียก่อน เมื่อความลำบาก อันนั้นมาถึงเข้าจริงความกลัวก็หมดไป ถ้าเรารู้ล่วงหน้าว่าเราจะ ถูกยิง เราก็กลัวเจียนตายแต่ถ้าใครมาแอบยิงโดยมิให้เรารู้ตัวเรา ก็ไม่กลัวอะไร คนเรากลัวตายเมื่อยังไม่ตาย แต่พอความตายมาถึงเข้า จริงๆ เราก็ไม่กลัว ขอให้ลองคิดกันให้ดีจะเห็นได้ว่าข้อความเหล่านี้ เป็นความจริงแท้ และเรากลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ผู้แสดงปาฐกถาย่อมรู้สึก ประหม่าเมื่อก่อนลงมือแสดง แต่พอลงมือแสดงไปแล้วจริงความประหม่า ก็หายไป เห็นได้ว่าความกลัวกับภัยที่บังเกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่เป็นอันหนึ่งอัน เดียวกัน คนเราอาจต้องรับภัยโดยมิต้องกลัวเลยก็ได้

ฉะนั้นความกลัวจึงเป็นของเหลวไหล ไม่มี ประโยชน์และไม่จำเป็นจะต้องมีความกลัวไม่ ได้ทำให้เกิดผลดี มีแต่จะนำเอาผลร้ายเข้ามา ความกลัวย่อมทำให้หมดความคิดที่จะแก้ไข

ภัยพิบัติที่จะมาถึง ความกลัวทำให้หมดมานะ ที่จะต่อสู้ และความกลัวคือความแพ้ล่วงหน้า ก่อนที่สิ่งซึ่งถึงกลัวนั้นบังเกิดขึ้น

อนึ่งเป็นกฎธรรมดาที่ว่าคนเราคิดอย่างไรได้อย่างนั้น ความกลัว ย่อมจะดูดดึงเอาสิ่งที่ยังมาไม่ถึงเสมอด้วยเหตุฉะนี้เขาจึงสอนว่าวิธีที่จะ ห้ามความกลัวนั้น

ถ้าเรากลัวสิ่งไรให้นึกถึงว่า เดี๋ยวนี้สิ่งนั้นยังมาไม่ถึง ไม่จำเป็นต้องกลัว

บทที่1 ประโยชน์แห่งการสะกดดวงจิต Chapter 1 The Benefits of Spiritual Spelling

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google

แนะนำติชม : community-mediation.org

ใส่ความเห็น